วิธีตั้งราคาบริการทันตกรรมให้แข่งขันได้ ไม่ขาดทุน
เจ้าของคลินิกทันตกรรมเปิดใหม่จำนวนมากตั้งราคาด้วยวิธีเดียวกัน: ดูราคาคลินิกใกล้เคียงแล้วตั้งใกล้เคียงกันหรือถูกกว่านิดหน่อย วิธีนี้เสี่ยงมากเพราะไม่รู้เลยว่าคลินิกที่เอามาเทียบคำนวณต้นทุนถูกต้องหรือเปล่า บทความนี้ให้กรอบคิดที่เริ่มจากต้นทุนจริงของคุณเอง ไม่ใช่ราคาคนอื่น
ขั้นที่ 1: คำนวณต้นทุนต่อหัตถการให้ครบ
ต้นทุนไม่ใช่แค่ค่าวัสดุที่ใช้ ต้องรวมค่าเช่าพื้นที่เฉลี่ยต่อชั่วโมง ค่าไฟ ค่าจ้างผู้ช่วย ค่าฆ่าเชื้ออุปกรณ์ และเวลาที่หมอใช้จริง หลายคลินิกขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเพราะคิดต้นทุนแค่ค่าวัสดุอย่างเดียว
ขั้นที่ 2: ดูราคาตลาดเป็นข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่ตัวตั้งราคา
สำรวจราคาคลินิกใกล้เคียง 3-5 แห่งเพื่อดูช่วงราคาตลาด แต่ใช้เป็นแค่ "กรอบอ้างอิง" ว่าคนไข้ในพื้นที่คุ้นเคยกับช่วงราคาไหน ไม่ใช่เอามาตั้งราคาตรงๆ เพราะต้นทุนของแต่ละคลินิกไม่เท่ากัน
ขั้นที่ 3: แบ่งกลุ่มบริการตามความถี่และกำไร
- บริการที่ทำบ่อย (ขูดหินปูน, อุดฟัน) — ตั้งราคาแข่งขันได้ เน้นดึงคนไข้เข้ามาสม่ำเสมอ
- บริการเฉพาะทาง (รากเทียม, จัดฟัน) — กำไรต่อเคสสูงกว่า ตั้งราคาตามความเชี่ยวชาญและอุปกรณ์ที่ใช้ลงทุนไป
- บริการฉุกเฉิน — สามารถตั้งราคาสูงกว่าปกติได้ เพราะคนไข้ตัดสินใจเร็วเมื่อเจ็บปวด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือตั้งราคาต่ำเกินไปตอนเปิดใหม่เพื่อดึงลูกค้า แล้วขึ้นราคาทีหลังยาก เพราะคนไข้เก่าจะรู้สึกไม่พอใจ แนะนำให้ตั้งราคาที่ยั่งยืนตั้งแต่แรก แล้วใช้โปรโมชั่นช่วงเปิดตัวแทนการตั้งราคาถูกถาวร
Cliniq ช่วยให้ตั้งราคาบริการแยกตามหัตถการ แสดงช่วงราคาบนหน้าคลินิกสาธารณะให้คนไข้เห็นก่อนตัดสินใจ พร้อมระบบวิเคราะห์รายได้แยกตามบริการ ทดลองใช้ฟรี 14 วันได้ที่ bookcliniq.com/register-clinic